แด่นักประชาธิปไตย
แด่นักประชาธิปไตยการยึดเอาประชาธิปไตยเป็นตัวตั้งในการวิเคราะห์นั้นก็ดีอยู่หรอกแต่ต้องดูด้วยว่าประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตยนั้นมีกําเนิดมาในบริบทไหน
ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือโบราณที่ีชนชั้นนํา สร้างไว้ใช้แก้ปัญหาบางอย่าง แล้วก็แก้ปัญหานั้นๆได้ดีเสียด้วยภายใต้ context ของมัน
สมัยกรีกโบราณมีชนชั้นหลายชนชั้น มีทาส ผู้หญิง คนสีผิว และคนจนจํานวนมากที่ไร้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งต้องห้ามในสังคมสมัยนั้น ประชาธิปไตยของกรีกโบราณก็ทํางานของมันไปได้โดยการคัดสรรภายในกลุ่มชนชั้นนํา ที่มีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลเท่าๆกัน (ประชาธิปไตยในประวัติศาสตร์สมัยใหม่อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือฝรั่งเศษก็เป็นเครื่องมือของกลุ่มชนชั้น elite เช่นกัน)
แต่พอค่านิยมของสังคมเปลี่ยนไป ระบบ(หรือเครื่องมือ)ก็ต้องเปลี่ยนตามครับ ที่ว่าเปลี่ยนนี่คือ “เปลี่ยน” จริงๆนะครับ ไม่ใช่เพียงแค่ขยายระบบเดิมให้ใหญ่ขึ้นเท่านั้น (หรือ inclusive มากขึ้นเท่านั้น)
พวกฝรั่งในสหรัฐอเมริกานั้นจะชอบแบบ “ทําเครื่องมือให้ใหญ่ขึ้น” (ในที่นี้หมายถึงประชาธิปไตย) คือว่า...…จะต้องรวมเอาทุกชนชั้น เข้ามาอยู่ในระบบเลือกตั้งด้วยกันทั้งหมด
OK ครับ.... นี่เป็นสิ่งที่ดี แต่ผมกลัวว่ามันจะจบเพียงแค่นี้สิครับ !
ระบบประชาธิปไตยก็เปรียบเสมือนรถเก๋งล่ะครับ สร้างมาเพื่อเป็นเครื่องมือสําหรับขนส่งชนชั้นนํา แล้วก็เป็นเครื่องมือที่ทํางานดีเสียด้วย มีที่นั่ง 5 ที่นั่ง มีที่วางกาแฟ มีกระจกแต่งหน้า ฯลฯ
แต่ถ้าเราต้องการจะขนส่งคนจํานวน 500 คนพร้อมๆกัน เครื่องมือที่จะสามารถทําหน้าที่นี้ได้อย่างดีก็น่าจะเป็น “รถไฟ” นะครับ (ไม่ใช่รถเก๋งขนาดยักษ์)
การจะเลือกใช้ “เครื่องมือ” หรือ _ism ต่างๆนั้น ต้องดูด้วยว่ามันสร้างมาในบริบทอะไร แก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน ควรเอาเครื่องมืออื่นๆเข้ามาผสมผสานด้วยหรือไม่ หรือควรทดลองใช้เครื่องมือใหม่ไปเลย
คงไม่มีใครยังจะดันทุรังเอาค้อนไปตอกเสาเข็มละกระมัง ....
ด้วยความอดทน
นักประชาทน


























