ซีไอเอ และ ไฟใต้
รัฐบาลไทยพยายามปกปิดการจัดตั้งศูนย์ Counter Terrorist Intelligence Center (CTIC) มาเกือบ 3 ปีแล้ว ศูนย์ลึกลับในภาคใต้นี้เป็นของสหรัฐอเมริกาและบริหารโดยหน่วยงาน CIA ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา แต่ความลับนั้นกลับถูกเปิดเผยโดยรายงานของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ของสหรัฐเสียเองรายงานของ CSIS ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ CTIC ในภาคใต้เพื่อต่อต้านกลุ่ม JI และ Al Qaeda โดยมี CIA เป็นผู้วางโครงสร้าง ให้เงินทุนสนับสนุน และวางแผนการปฎิบัติงานทุกอย่าง นอกจากนี้แล้วตํารวจและทหารไทยที่เกี่ยวข้องก็อยู่ภายใต้การบัญชาการโดยตรงของ CIA
"Working directly with at least a score of CIA operatives, the Counter Terrorism Intelligence Center (CTIC) combines key personnel from Thailand's three main security agencies: the National Intelligence Agency; the Thai police, and the armed forces.
The CTIC relies heavily on the CIA for its structure, guidance, and funding. The two agencies share facilities, equipment, and information on a daily basis....
The Thai government, which has often asserted that Thailand is free of terrorist, has never publicly acknowledged the existence of the CTIC. "
(อ่านรายงานทั้งหมดที่ http://www.csis.org/media/csis/pubs/ttu_0310.pdf )
จะเห็นได้ว่าการจัดตั้งศูนย์ CTIC นั้นเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผลกระทบที่จะมีต่อวัฒนธรรมในพื้นที่และสังคมของชาวบ้านในภาคใต้ จึงไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของรัฐบาลไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วการกระทําต่างๆของศูนย์ CTIC อาจทําให้เกิดความขัดแย้งภายใน เช่นนโยบายไล่ล่าและกักขังชาวบ้านมุสลิมที่ถูกกล่าวหาว่าต่อต้านสหรัฐอเมริกา
เจ้าหน้าที่ของ CTIC สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ เพราะการทํางานของหน่วยงาน CIA ใน "War on Terrorism" นั้นไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายไทยหรือแม้แต่กฎเกณฑ์ของ Geneva Convention เมื่อถูกจับกุมแล้ว ผู้ต้องหาก็ไม่มีสิทธิที่จะหารือกับทนายใดๆทั้งสิ้น แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บริสุทธิก็ตาม จะเห็นได้จากกรณีของนาย จาเมา (นักโทษของ "War on Terrorism" ที่ Gauntanamo Bay)
"พวกเขาี้จะสอบสวนผมเป็นเวลา 12 ชั่วโมงติดกัน ในขณะที่ตรึงแขนผมไว้ด้วยโซ่ เมื่อผมไม่ยอมให้พวกเขาฉีดยา psychoactive drugs ผมก็ได้ยินเสียงผู้คุมฝรั่งทั้งหลายเร่งผีเท้า กันเข้ามาทางห้องขังของผม พวกเขามีกันทั้งหมดห้าคน ใส่ชุดเกราะเข้ามาเตะต่อยผม และตีด้วยไม้ตะบองจนผมเจ็บระบมไปทั้งตัว พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า Comply, comply, comply. Do not resist. Do not resist.
ผู้คุมคนหนึ่งเตะผมอย่างแรงจนทําให้เกิดอาการอักเสบที่กระดูกสันหลัง
หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงในขณะที่ผมกําลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา ผู้คุมคณะที่สองก็เข้ามาเตะต่อยผมอีก ผู้คุมอเมริกันคนหนึ่งขู่ว่าจะฆ่าครอบครัวของผมให้สิ้น หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปขังไว้ในห้องแคบมากๆที่ร้อนระอุในตอนกลางวัน พอตอนกลางคืนพวกเขาก็เปิดไฟในห้องให้สว่างจนนอนไม่หลับ รวมทั้งเปิดพัดลมอย่างแรงทําให้ห้องเย็นยะเยือก จนผมต้องลงไปหลบลมอยู่ใต้เตียง เขาต้องการทําลายผมทั้งทางกายและใจ....เพื่อให้ได้มาซึ่งคําสารภาพ....แม้ว่าผมจะเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม"
การกระทําทั้งหมดนี้ CIA มักจะใช้ตํารวจไทยเป็นเครื่องมือเบื่องต้นในการหาข้อมูลและจับกุม ซึ่งทําให้เกิดความแค้นเคืองระหว่างคนไทยด้วยกันเองเป็นอย่างมาก
เนื่องจากศูนย์ CTIC และ CIA เป็นหน่วยงานของต่างชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้จึงไม่ใช่ปัญหาระดับชาติ แต่เป็นปัญหาที่เรียกว่า US Fundamentalism ซึ่งเป็นจักรวรรดินิยมในรูปแบบหนึ่ง เรากําลังเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกา ที่ี่ใช้กําลังทหารเพื่อบีบบังคับให้ประเทศอื่นมองโลกจากมุมมองและกรอบคิดของตน
ในร้อยปีที่ผ่านมานี้ สหรัฐก็เคยมีแนวโน้มไปทาง Fundamentalism เหมือนกับที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะแนวคิดแบบ "เสรีนิยม" ในช่วง 1960s (หรือช่วงสงครามเวียตนาม) ทางสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาตั้งฐานทัพทหารในประเทศไทยในช่วง 1960-1970s ทําให้เยาวชนและนักศึกษาไทยในช่วงนั้นต้องเติบโตมากับสงครามเวียตนาม เติบโตมากับเสียงฝูงบิน B-52 เติบโตมากับภาพหญิงไทยกับทหารฝรั่ง และเติบโตมากับรัฐบาลเผด็จการที่เอาแต่จะเสพสุขไปวันๆ
การยินยอมให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแทรงดังกล่าวจึงเป็นชนวนทําให้เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลอย่างแรง ไม่ต่างจาก "ไฟใต้" ที่กําลังประทุขึ้นในขณะนี้ แต่ในช่วง 1970s นั้นมันถูกจุดประกายขึ้นโดยนักศึกษา มิใช่ชาวมุสลิม
คงเป็นที่น่าขันมิน้อยทีเดียว เมื่อรัฐบาลพยายามจะฉลอง 30 ปี 14 ตุลาฯ ด้วยการไว้อาลัยอย่างเงียบๆ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับการฉลองที่แท้จริงด้วย "ไฟใต้"
ชาวไทยนั้นล้วนไม่ชอบการถูกครอบนําโดยต่างชาติเป็นธรรมดา
ประวัติศาสตร์ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นมาช้านานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธ ชาวมุสลิม หรือชาว ก.ฟ.ผ.
การที่ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านการดําเนินนโยบายเอาใจต่างชาติโดยรัฐบาลเผด็จการนั้น จึงเป็นเรื่องธรรมดาของประวัติศาสตร์ไทย
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรจะร่วมมือกับประชาชนเพื่อขจัดปัญหาการครอบนําโดยต่างชาติอย่างจริงจัง รวมถึงการยกเลิกให้ต่างชาติใช้สถานที่และฐานทัพในประเทศ อันนํามาซึ่งปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
---------------------------------
Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.csis.org/tnt/ttu/ttu_0310.pdf
http://fpc.state.gov/documents/organization/27533.pdf
http://www.usembassy.it/pdf/other/RL31152.pdf








9 Comments:
บางท่านอาจหงุดหงิดเมื่อได้รับทราบข่าวเรื่องท่านนายกต้องการแบ่งโซนเขตปัญหาในภาคใต้เป็นสีแดง เหลือง และเขียว
(อาจหงุดหงิด..ทำไมไม่มีสีชมพูด้วย?)
สมองท่านนายกชอบคิดแบบแยกส่วน ท่านคงคิดว่าถ้าจัดระเบียบโดยการใส่ labelคน ใส่ label ให้พื้นที่แล้ว จะแก้ปัญหาได้ อีกไม่ช้า ท่านคงทำ database ของคนไทย แบ่งแยกตามชนิด โดยใช้ระบบสมาร์ทการ์ดไฮเทค (ชี้โพรงให้กระรอกไหมเนี่ย.."ไอ้หน้าเหลี่ยม มาอ่านเร้ว" จะได้เกิดไอเดีย)
http://www.komchadluek.net/news/2005/02-17/p1--55381.html
By
Anonymous, At
2/17/2005 02:29:00 PM
Thaksin said:
"I will never allow anyone to separate even one square inch from this country, even though this land will have to be soaked with blood. So I'd like everyone to be friends with me. Don't be friends with bad guys"
By
Anonymous, At
2/18/2005 04:48:00 AM
58 จำเลยคดีตากใบกับ“ความจริง”ที่ต้องพิสูจน์
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9480000030923
By
Anonymous, At
3/05/2005 03:27:00 AM
"ก่อนหน้านี้มีเรื่องผิดปกติคือเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2003 ไทยได้ตกลงสนธิสัญญากับสหรัฐฯ ในการไม่ส่งผู้ก่ออาชญากรรมที่เป็นคนสหรัฐฯ ไปศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการเตรียมการส่งคนลงปฏิบัติการในพื้นที่"
--ส.ว.โสภณ สุภาพงษ์, ให้สัมภาษณ์ manager online
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000046709Comment
Posted by zeitung
By
Anonymous, At
4/06/2005 05:37:00 PM
โธ่นึกว่ารู้เรื่องนี้มาจากใหน ที่แท้ก็รู้มาจากการอ่านข่าวของUS. มันก็เหมือนที่นิธิไปด่าเขานะ มันไม่ใช่เป็นคำพูดของรัฐบาล สรุปว่ามีความไม่จริงอยู่ 95%
Posted by erw
By
Anonymous, At
4/06/2005 06:04:00 PM
" ความลับนั้นกลับถูกเปิดเผยโดยรายงานของ Center for Strategic and International Studies (CSIS)"
Posted by source
By
Anonymous, At
4/07/2005 12:49:00 AM
ผมอยากเป็น CIA ผมอายุ 20 ถ้ามีโครงการอบรม หรือโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง ขอความกรุณา ส่งเมลติดต่อมาด้วย ..ขอบคุณคับ (อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น จงพินิจในสิ่งที่ฟัง)
Posted by J.
By
Anonymous, At
6/27/2006 01:12:00 PM
ฃ้อยกะอยากเป็น ซีไออ หลายเด้อ
Posted by หนโต้น
By
Anonymous, At
7/03/2006 11:09:00 PM
*** การกระทําทั้งหมดนี้ CIA มักจะใช้ตํารวจไทยเป็นเครื่องมือเบื่องต้นในการหาข้อมูลและจับกุม ซึ่งทําให้เกิดความแค้นเคืองระหว่างคนไทยด้วยกันเองเป็นอย่างมาก
*****************************************************
จากหัวข้อนี้ ขอให้ทำความเข้าใจใหม่ว่า จู่ๆคุณจะให้พวกผมจับกุมเลยมันก็ไม่ได้บ้านเมืองมีกฏหมาย เราเป็นตำรวจสากลก็จริงแต่ก็ต้องให้ความเคารพตำรวจด้วยกัน จับกุมคนผิดมาลงโทษ มันเป็นเรื่องที่ดี หรือคุณจะให้คนทำผิดเดินลอยหน้าลอยตาในสังคม
Posted by secret
By
Anonymous, At
7/12/2006 12:19:00 AM
Post a Comment
Subscribe to Post Comments [Atom]
<< Home