หมา "หมู่"

สุนัขจรจัด อยู่คู่ชีวิตคนกรุงเทพฯ มานานยิ่งกว่าร้านเซเว่น อิเลฟเว่น ปรากฏการณ์ที่สัตว์เลี้ยงสามารถใช้สถานที่สาธารณะอย่างถนน เป็นสถานที่อยู่ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด และในขณะเดี่ยวกันก็ยังมีคนเลี้ยงและเอ็นดูมันอยู่นั้น เป็นปรากฏการณ์ที่มีอยู่ไม่มากนักในโลกนี้ ยิ่งในโลกตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะในประเทศสหรัฐนั้นให้ความสำคัญกับ “สมบัติส่วนบุคคล” เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่สัตว์เลี้ยง ก็ถือว่าเป็นสมบัติส่วนบุคคล ต้องมีปลอกคอเขียนป้ายชื่อให้ถูกกิจลักษณะ และต้องระวังไม่ให้หมาแมวเที่ยวไปยุ่งย่ามบ้านคนอื่น เพราะกลัวว่าถ้าคนอื่นถูกกัดแล้วจะถูกฟ้องศาล

นอกจากการกลัวถูกฟ้องศาลแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่หมาแมวในอเมริกานั้นเป็นสมบัติส่วนตัวก็เพราะมันมีไว้แก้เหงา เนื่องจากครอบครัวแบบอเมริกันนั้นเป็นครอบครัวขนาดเล็ก กอรปกับการที่อเมริกาเป็นประเทศใหญ่ ต่างคนต่างอยู่ เมื่อลูกโตแล้วมักย้ายไปอยู่ให้ไกลๆ พ่อแม่ (เพื่อแสดงความเด็ดเดี่ยวพึ่งตนเอง) จึงไม่น่าแปลกอะไรที่คนส่วนใหญ่จะตกอยู่ในความเหงา สัตว์เลี้ยงก็เป็นที่ระบายความเหงาอย่างหนึ่ง เราจึงเห็นได้ว่าที่อเมริกานี่มีคนบ้าสัตว์เลี้ยงกันมากถึงขนาดเลี้ยงประคบประหงมเหมือนเป็นลูกเลยทีเดียว

สัตว์ช่วยแก้เหงาให้คน แล้วคนล่ะช่วยให้สัตว์หายเหงาบ้างไหม เนื่องจากคนต้องทำงานตั้งแต่เช้ายันเย็น หมาแมวจึงต้องขลุกอยู่ในบ้านส่วนใหญ่ มีสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของมันนั่งหง่าวนอนหง่าวอยู่ในบ้าน รอเวลาที่เจ้าของจะกลับมาพามันออกไปเดินเล่น ความเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบของสัตว์เลี้ยงในอเมริกาบางครั้งก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ เพราะตั้งแต่เกิด หมาแมวจะถูกทำหมันและเอามาอยู่กับเจ้าของตั้งแต่เล็กๆ ชีวิตของมันจึงผูกอยู่กับเจ้าของอย่างเลี่ยงไม่ได้ มันพึ่งเจ้าของทั้งในด้านอาหาร ที่พัก และความอบอุ่นทางจิตใจ ตลอดชีวิตมันไม่เคยที่จะสัมผัสความอบอุ่นจากอกแม่ หรือจากพี่น้อง หรือแม้กระทั่งความต้องการพื้นฐานที่สำคัญอย่างการผสมพันธุ์

ที่น่าสนก็คือหมาในเมืองไทยนั้นมีไม่น้อยที่อยู่กันเป็นชุมชนของตัวเองหรือเป็นครอบครัวโดยที่ชีวิตไม่ต้องขี้นอยู่กับคนให้อาหาร เราจึงมีสำนวนว่า “หมาหมู่” นั่นคือ หมาที่ตั้งสมาคมของมันเอง บ้างก็เกิดเป็นสมาคมเพื่อสร้างสัมพันธ์ เกิดการเคล้าคลอ วิ่งเล่นกัน หรือแม้กระทั่งการผสมพันธุ์ บางครั้งหมาหมู่หนึ่ง ก็ต่อสู้กับหมาหมู่อื่นๆ เพื่อป้องกันดินแดนของตน

สำหรับเมืองไทยนั้น เรามีสถานที่สาธารณะเป็นที่ที่หมาแมวได้วิ่งออกกำลังกายมากมาย นานๆ ครั้งเทศบาลก็มาไล่ฉีดยาัสัตว์สาธารณะเหล่านี้เพื่อกันการแพร่กระจายของโรคพิษสุนัขบ้าบ้าง ตามต่างจังหวัด เรามักเห็นหมาแมวนั่งเล่นตากลมอยู่บนถนน จนรถต้องคอยหลบ เรื่องของหมาแมวในเมืองไทยจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ความเป็น “สาธารณะ”ผสมปนเปอยู่กับความเป็น “ส่วนตัว” อย่างแยกไม่ออก

ความกลมกลืนของ ความเป็น “สาธารณะ”และความเป็น “ส่วนตัว” ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่มันกลับสะท้อนคุณค่าของความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมของชุมชนไทย ในสมัยโบราณเมื่อคนอยู่เป็นหมู่บ้านนั้น มีการแบ่งใช้สิ่งของหลายอย่างร่วมกัน เช่นที่นา ที่สวน วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ สมบัติส่วนตัวนั้นมีอยู่ แต่คนในสมัยโบราณนั้นมีจิตใจเอื้ออาทรในการแบ่งปันกันเสมอ ไม่ใช่ว่า ทัศนคติที่ว่า นี่ของฉัน นั่นของเธอ นั้นไม่แรงเท่ายุคปัจจุบัน แม้แต่สัตว์เลี้ยงอย่างหมาแมว ถึงจะมีคนใดคนหนึ่งในหมู่บ้านเลี้ยง ก็ปล่อยให้วิ่งเล่นได้ทั่ว ใครจะลูบขนลูบหัวมันเล่น ก็ไม่มีใครว่า

ในทางตรงกันข้าม สังคมตะวันตกเป็นสังคมที่สุดโต่งไปทางด้านปัจเจกนิยม วัตถุทุกชิ้น ที่ดินทุกตารางนิ้ว และกิจการทุกอย่างจึงต้องเป็นสมบัติของปัจเจกชน ความจริงข้อนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสังคมตะวันตกเป็นสังคมที่มีผลประโยชน์เป็นแรงจูงใจ เพราะถ้าวัตถุแต่ละชิ้น หรือที่ดินแต่ละตารางนิ้วเป็นของปัจเจกชนแล้ว ปัจเจกชนก็จะมีแรงจูงใจที่จะหาผลประโยชน์จากสิ่งนั้นๆได้เต็มที่โดยไม่ต้องแบ่งกำไรกับใคร

ค่านิยมของความเป็นปัจเจกชนเริ่มแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของสังคมไทย ดังจะเห็นได้ว่าเราได้มีนโยบายที่จะทำให้กิจการทุกอย่างเป็นเรื่องของปัจเจกชนตั้งแต่กิจการ น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ และการคมนาคม และแม้กระทั่งเรื่องของสัตว์เลี้ยง ล่าสุดกรุงเทพมหานครได้เสนอให้แ้ก้ปัญหาสุนัขจรจัดด้วยการติด computer chip ที่ปลอกคอของสุนัขทุกตัว โดย chip จะมีข้อมูลว่าใครเป็นเจ้าของ นั่นก็คือทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสิทธิส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ สักวันหนึ่งบรรยากาศแบบกันเองๆที่หมาไทยวิ่งได้ทั่วในที่สาธารณะคงไม่มีอีกต่อไป

1 Comments:

  • “มีกลุ่มของสุนัขจรจัด 8-10 ตัวอยู่ที่นอกรั้วด้านข้าง tops โชคชัยสี่ ถนนลาดพร้าว (ซอยต่อจาก top หากเข้ามาทางโชคชัยสี่)และบางส่วนอยู่ในหมู่บ้านที่เข้าไปทางเดียวกัน กรุณาช่วยจัดการด้วยครับ (กรุณาย้ายที่มันไปสถานเลี้ยงดู อย่าฆ่ามันเลยครับ สงสาร แต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะเป็นอันตรายเพราะบางตัวมีอาการดุร้าย)“

    ”เวลา 08.49 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 คุณพิสิทธิ์ วงเวียน ( โทรสาธารณะ ) แจ้งขอความช่วยเหลือกำจัดสุนัขจรจัด ประมาณ 10 กว่าตัว อาศัยอยู่ที่บริเวณปั้มน้ำของ กทม. เชิงสะพานพุทธ ฯ ฝั่งธน ฯ แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา มีสุนัขมากัดเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ จึงเกรงว่าสุนัขเหล่านี้จะไปไล่กัดคนอื่นอีก ** ประสาน คุณสมาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า กองสัตวแพทย์ สาธารณสุข สำนักงานอนามัย รับแจ้ง”

    "มีคนนำสุนัขจรจัดมาปล่อยในหมู่บ้านมิตรประชาเพลส ถนนสาย 345 อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ตอนนี้แพร่พันธุ์มีถึง 20 ตัวแล้ว ไม่ทราบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะติดต่อ แต่ตอนนี้สร้างความรำคาญมาก และทวีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาจับไป แต่ไม่ต้องการให้นำไปฆ่า ให้ช่วยนำไปส่งยังหน่วยงานที่รับเลี้ยงสุนัขจรจัดก็ได้"
     

    Posted by ใใใ

    By Anonymous Anonymous, At 3/30/2006 12:12:00 PM  

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]



<< Home