เด็กไทยเกือบครึ่ง เป็นโรคหอบหืด!


ฝุ่น มีหลายขนาด ฝุ่นใหญ่ๆ อย่างขี้ผง ขี้ดิน ก็เพียงเลอะเทอะเปรอะเปื้อน เป็นที่รำคาญเท่านั้น แต่ฝุ่นขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้นั้น เล็กขนาด micron คือ เอาสิบกำลังลบหกเมตรคูณเข้าไป เล็กกว่าเส้นผมและมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เมื่อสูดเข้าไปก็เกาะในปอด จนปอดมีปฏิกริยาด้วยการสร้างเมือก (mucus) ทำให้เกิดการหายใจลำบาก และในที่สุดทำให้ตายก่อนวัยอันสมควรได้

หนัง สือพิมพ์ผู้จัดการ รายงานว่า 40% ของเด็กไทยที่อายุน้อยกว่า 12 ขวบ เป็นโรคหอบหืด รายงานสั้นๆ ฉบับนี้ กล่าวว่าสาเหตุของโรคหอบหืดมาจากฝุ่นในบ้าน ที่ทำงาน ที่น่าเสียดายก็คือ สำหรับโรคร้ายแรงที่มีอันตรายถึงตายเช่นนี้ ผู้เขียนข่าวกลับไม่มีความเข้าใจพอที่จะแจกแจงต่อไปได้ว่าแท้จริงแล้ว โรคหอบหืดไม่ได้เกิดจากฝุ่นผงธรรมดาๆ ตามบ้าน หากแต่เป็นฝุ่นผงขนาดเล็ก (fine particles หรือ particulate matter) ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล และกาซธรรมชาติ จากรถยนต์ รถบรรทุก และโรงงานไฟฟ้า

ในส หรัฐอเมริกา มีผู้เสียชีวิตจากโรคหอบหืดที่เกิดจากฝุ่นจากโรงงานไฟฟ้าถึงปีละ 30,000 คน โดยคนที่มีความเสี่ยงที่สุดคือคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์ค และบริเวณใกล้โรงงานไฟฟ้า โรงงานไฟฟ้าชนิดที่ปล่อยฝุ่นขนาดเล็กออกมามากที่สุดคือโรงงานถ่านหิน อัตราการเสียชีวิตจากโรคหอบหืดนี้ สูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากการ “เมาแล้วขับ” และอัตราการถูกฆาตกรรมในสหรัฐ เสียอีก ดูตัวเลขข้างล่างนี้สิ

ตายจากโรคหอบหืด 30,000 คน/ปี
ตายเพราะเมาแล้วขับ 16,000 คน/ปี
ตายเพราะถูกฆ่าตาย 17,000 คน/ปี

อ ากาศที่สะอาด จึงน่าจะเป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่งจากนายกสู่เด็กไทย แต่นายกคนนี้ ก็ไม่ได้ทำอะไรเลยให้อากาศน่าหายใจมากขึ้น กลับทำให้ประเทศไทยต้องพึ่งพิงการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปเรื่อยๆ ด้วยการโปรโมท NGV จริงอยู่ ก๊าซธรรมชาตินั้นเผาได้สะอาดกว่าน้ำมันดีเซลหรือเบนซิน แต่ก็ยังทำให้เกิดอนุภาคขนาดเล็กได้อยู่ดี ส่วนโรงงานไฟฟ้าที่เผาถ่านหินที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ควรจะปิดได้แล้ว

อย่ามัวแต่ให้พวกพ้องรวยจนหน้ากางจากพลังงานฟอสซิลกันอยู่เลย:

------------------------
Thaipost.net:
26 กรกฎาคม 2548

ย กตัวอย่างเช่นกรณีของคุณ มนู เลียวไพโรจน์ ที่ชาติก่อนคงจะทำบุญกุศลด้วยวิธีเอาเงินเอาใบหุ้นใส่บาตรพระไว้เยอะแยะ เมื่อมาถึงชาตินี้ นอกจากจะมีตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ก็ยังมีตำแหน่งซ้อนทับเป็นกรรมการในบริษัท ปตท. ที่คลังถือหุ้นใหญ่ เป็นผู้กำหนดนโยบายให้กับบริษัทโรงกลั่นไทยออยล์ ที่ ปตท.ถือหุ้น 44 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ประธานบริษัทไทยออยล์ซึ่งก็คือคุณ มนู อีกนั้นแหละเป็นผู้ปฏิบัติ...ทั้งนี้โดยมีคุณ มนู (อีกแล๊ะ) เป็นผู้คอยร่วมดูแลนโยบายพลังงานแห่งชาติในฐานะกรรมการพร้อมๆ กับทำหน้าที่บริหารนโยบายราคาพลังงานในฐานะกรรมการที่ชื่อ มนู อีกคำรบหนึ่ง...อะไรต่อมิอะไรมันก็เลยมนูกันอย่างวิเศษ เกิดอาการเชิดพงษ์กันจนรวยขี้แตกขี้แตนด้วยประการฉะนี้...
-------------------------------
เ อาง่ายๆ แค่ค่าผลตอบแทนในระดับ เบี้ยประชุมและโบนัส ของคุณ มนู รายเดียวที่มาจากการ แยกเงาสลับร่าง ไปมีบทบาทใน ปตท., ปตท.สผ., ไทยออยล์, ไทยออยเพาเวอร์, ไทยโอเลฟินส์, เอ็นพีซี...รวมแล้วก็ตกประมาณ 13,654,692 บาท (กว่า 13 ล้านบาท ต่อคนต่อปี) สิทธิที่ได้จากการถือหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาดในกิจการเหล่านี้ รวมแล้วว่ากันว่าไม่น่าจะน้อยกว่า 86,000,000 บาทต่อคนต่อปี...ฮ๊ายย์ย์...อะไรจะน่าซี้ดซ้าด รับประทานบุญกุศลกันรุนแรงถึงเพียงนี้...

1 Comments:

  • ก็พลังงานแสง (solar photovoltaics) มันไม่ทําให้ผู้ถือหุ่นใหญ่ๆได้กําไรนี่ครับ  

    Posted by ??

    By Anonymous Anonymous, At 8/02/2005 04:00:00 PM  

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]



<< Home