ขู่ฆ่า อาจารย์ Berkeley เซ่น GMO

Ignacio Chapela
อาจารย์หนุ่มชาว Mexican
ถูกเรียกตัวไปข่มขู่ในตึกร้าง

บีบให้ยกเลิกงานวิจัย เปิดโปงผลเสีย GMO
สะท้านบริษัทข้ามชาติ

"คุณหาเรื่องใหญ่มาใส่ตัวจริงๆนะ" เขาตะโกนขู่ผม

"แต่คุณไม่มีทางหยุดเราได้หรอก ไม่มีใครหยุดเราได้ !"

ผมฟังแล้วดูเหมือนกับจะถูกอุ้มเอาคราวนี้แน่ๆ มันเหมือนกับหนังมาเฟียนํ้าเน่าจริงๆ

-- ดร. ชัพเพลลา กล่าวให้การหลังจากที่ถูกเรียกตัวไปข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ทางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพของประเทศ Mexico

หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่นาน ดร. ชัพเพลลา ก็ถูกปลดออกจากตําแหน่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย University of California, Berkeley ทั้งๆที่ไม่กี่ปีก่อนนี้เอง เขาเป็นอาจารย์หนุ่มไฟแรงที่ทุกคนจับตากันมอง ผมยังจําได้ว่าหนังสือพิมพ์มหาลัยฯลงข่าวของแกบ่อยมาก

ดร. ชัพเพลลา เข้ามาสอนที่ Berkeley ในปี 2538 เขาเป็นนักวิจัยที่มีความสามารถสูง ทั้งยังเป็นอาจารย์จากประเทศกําลังพัฒนาไม่กี่คนที่ได้รับตําแหน่งประธานของคณะอาจารย์ในมหาลัยฯนี้

ในปลายปี 2543 ดร. ชัพเพลลาส่งทีมวิจัยไปที่เมือง Oaxaca ประเทศ Mexico เพื่อตรวจสอบเรื่องข้าวโพด GMO และอีกปีต่อมาทีมงานของเขาก็ค้นพบว่า เมล็ดพันธุ์ GMO นั้น สามารถแพร่พันธุ์ได้เองโดยลม ไปยังไร่ข้างเคียง ทําให้พืชในไร่ข้างเคียงนั้นตายหรือกลายเป็นพันธุ์พืช GMO ที่ต้องขึ้นต่อลิขสิทธิ์ของบริษัทฝรั่งเท่านั้น

ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่สามารถปลูกพืชอย่างอิสระได้อีกต่อไป ชาวบ้านทุกคนจะต้องจ่ายค่าเมล็ด GMO ที่ปลิวมางอกบนไร่ของตน และจะต้องขออนุมัติจากบริษัทต่างชาติหากต้องการที่จะปลูกพืชขายกันต่อไป

ดร. ชัพเพลลา เป็นคนรักชาติและไม่อยากเห็นชาวบ้านในประเทศ Mexico ของเขา ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงําของบริษัทต่างชาติ

เขาเล่าว่า "ผมเริ่มคิดถึงเรื่องผลกระทบที่มันจะมีกับข้าวโพดในประเทศ Mexico แต่เพื่อนนักวิจัยชาวอเมริกันคนอื่นๆกลับเตือนผมให้มองแค่ผลกระทบในสหรัฐอเมริกาก็พอ" ดร. ชัพเพลลาเล่าต่อว่า "มันเริ่มจะฟังดูชอบกลยังไงอยู่นะ .... เหมือนกับจะพยายามที่จะปกปิดอะไรบางอย่าง"

หลังจากตรึกตรองอยู่ได้ไม่นาน อาจารย์หนุ่มใจร้อนจาก "โลกที่สาม" ผู้นี้ก็ตัดสินใจที่จะตีพิมพ์การค้นพบของเขาใน Nature วารสารชื่อดังทางวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ การตีพิมพ์ครั้งนั้นทําให้เกิดปฎิกิริยาอย่างแรงในวงการวิจัยทางชีวภาพ มีผู้ให้ความสนใจและสนับสนุนทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะจากประเทศกําลังพัฒนาในโลกที่สาม

แต่บริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ GMO ของสหรัฐอย่าง Novartis, Monsanto, Dow, หรือ Dupont กลับเมินเฉยและพยายามเซ็นเซอร์ผลการวิจัยของ ดร. ชัพเพลลา ทุกวิถีทาง

ต่อมาไม่นานก็มี e-mail จาก "นักวิจัย" มากมาย โพสท์ไว้ตามเวปต่างๆในอินเตอร์เนทกล่าวหาว่างานวิจัยของ ดร. ชัพเพลล่า นั้นมี ข้อบกพร่องพื้นฐาน ทําให้ผู้คนมากมายเชื่อไปตามกันว่างานวิจัยของ ดร. ชัพเพลลา มี ข้อบกพร่องสถานหนัก แต่หนังสือพิมพ์ Guardian ของอังกฤษกลับพบว่า e-mail จาก "นักวิจัย" เหล่านั้นมาจากคอมพิวเตอร์ server ของบริษัท Bivings Group ซึ่งเป็นบริษัทการตลาดยักษ์ใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งถูกจ้างให้สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา ใคร (หรือบริษัทไหน) เป็นผู้จ้าง Bivings Group นั้นยังไม่มีหลักฐานอันแน่ชัด

หลักฐานที่มีอย่างชัดเจนก็คืออยู่ๆ บริษัท Novartis ก็ให้เงินสนับสนุนมหาลัยฯ Berkeley เป็นจํานวน 50,000,000 เหรียญสหรัฐ (2,000,000,000 บาท) แต่มีเงื่อนไขว่าบริษัท Novartis จะต้องสามารถเข้าไปดูได้ว่าทางมหาวิทยาลัยกําลังเอาเงินนั้นไปวิจัยในหัวข้ออะไรอยู่ ดร. ชัพเพลลา กล่าวว่า "ผมรู้สึกว่าเจ้าบริษัท Novartis นี้มันกําลังพยายามจะชื้อมหาลัยฯและนักวิจัยนะ" ดร ชัพเพลลา พูดถึงบริษัทที่ตนเคยทํางานด้วยสมัยก่อนมาเป็นอาจารย์อย่างไม่เกรงใจ เขาเปิดเผยว่า "จริงๆแล้วสมัยที่ผมยังทํางานอยู่ที่นั่น Novartis ก็พยายามจะทําอย่างเดียวกันกับ Scripps Institute ที่ San Diego เหมือนกัน...วิธีการนี้ผมรู้ดี"

ที่น่าตกใจก็คือว่า "บรรดาหมู่อาจารย์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลย ว่าควรจะรับเงินจากบริษัทนี้หรือไม่ " แล้วบริษัทนี้จะมีอํานาจในการ เลือกหัวข้อวิจัย หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องที่จะต้องคุยกันก่อน แต่อย่างไรก็ตาม Robert Berdahl อธิการบดีมหาลัยคนใหม่ในเวลานั้น ก็ได้ตอบรับบริษัท Novartis อย่างเบ็ดเสร็จเสียแล้ว

หกเดือนหลังจากวารสาร Nature ตีพิมพ์ผลการวิจัยของ ดร. ชัพเพลลา ก็มีนักวิจัยชาวอเมริกันจาก Berkeley ที่อยู่คณะเดียวกับเขาเขียนจดหมายมาแย้งผลการวิจัยของ ดร. ชัพเพลลา นักวิจัยผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับเงินจาก Novatis จึงทําให้วารสาร Nature ต้องกลับคําไม่ยอมรับผลงานวิจัยของ ดร. ชัพเพลลาอีกต่อไป งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงวารสารไปแล้วนั้นถือเป็นโมฆะ

เดื่อนกรกฏาคมที่ผ่านมานี้เองสัญญาของการเป็นอาจารย์ที่มหาลัยฯ Berkeley ของ ดร. ชัพเพลลา ก็หมดลงโดยไม่มีการต่ออายุ เนื่องจากแรงกดดันจากบริษัท Novartis

"ผมคิดว่าพวกเขาต้องการสร้าง ตัวอย่าง จากกรณีของผม นักวิจัยคนอื่นๆจะได้ไม่กล้าเอาอย่าง" ดร. ชัพเพลลา กล่าวอย่างสิ้นหวัง


-----------------------------------

References:

อ่าน >> งานวิจัย ของ ดร. ชัพเพลลาตีพิมพ์ที่วารสาร Nature
อ่าน >> จดหมาย ของ ดร. ชัพเพลลา
อ่าร >> บทความอื่นๆ ของ ดร. ชัพเพลลา

2 Comments:

  • ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่าอาหารที่บริโภคอยู่นั้นส่วนใหญ่ เป็น genetically modified เพราะในสหรัฐ ไม่มี label

    "according to a survey, most Americans couldn't answer correctly even though they've been eating genetically modified foods — unlabeled — for nearly a decade. Today, roughly 75 percent of U.S. processed foods — boxed cereals, other grain products, frozen dinners, cooking oils and more — contain some genetically modified, or GM, ingredients, said Stephanie Childs of the Grocery Manufacturers of America."


    See: Yahoo News, Genetically Modified Foods Eaten Regularly  

    Rutgers study: http://www.foodpolicyinstitute.org
    Biotechnology Industry Association http://www.bio.org  

    Posted by NaNo

    By Anonymous Anonymous, At 3/24/2005 06:43:00 AM  

  • Thannks great blog

    By Anonymous Home Automation Gresham, At 10/15/2022 07:41:00 PM  

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]



<< Home