การหาแฟนในอเมริกา

สมัยเป็นนักเรียนปีสามที่ Berkeley ผมเคยอยู่บ้านกับเพื่อนสาวสองท่าน พวกเธอไปเที่ยวบาร์กันดึกมาก เที่ยวกันเกือบทุกวันครับ แล้วจะเมากลับมากันกับ "แฟน" ซึ่งอาจเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปบ้าง แล้วแต่ว่าคืนไหนใครว่าง

พอฟ้าสาง เสียงครวญครางแสนลึกของเจ้าหล่อนข้างห้อง ก็แผดดังขึ้นมาด้วยความโหยหิว ในขณะที่เธอกําลังทําการสาดกิเลส ขยี้กามอย่างหนําใจกับชายแปลกหน้า จนบ้านไม้อันแสนชรา ต้องพ้ายแพ้สั่นคลอนไปตามจังหวะ

ครับ มันเป็นเรื่องธรรมดามากสําหรับหนุ่มสาวมะกันที่จะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหลายๆคน เพราะพวกเขานั้นมองเซ็กซ์เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่มีไว้เ้่พื่อการแข่งขันและความมันส์ ไม่ต่างจากฟุตบอลหรือเบสบอล กล่าวคือ มันต้องมีการเก็บคะแนนครับ ใครเก็บได้เป็นจํานวนหลายคน (score) ก็เป็นที่ยกย่องว่าเป็นคน "popular"

ท่านที่คิดจะมาเรียนต่อและหาแฟนในสหรัฐอเมริกา จึงสมควรที่จะศึกษาู้วัฒนธรรมของหนุ่มสาวมะกันให้ดีก่อนที่จะมา มิฉะนั้นท่านอาจต้องตะลึง เหมือนกับที่ผมเคยประสบมา

ก่อนที่ท่านจะไปศึกษาค้นคว้ากันด้วยตัวเองนั้น ผมอยากจะแนะนํา (จากประสบการณ์) ว่าการหาแฟนในสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปนั้น แบ่งออกได้เป็นสี่ช่วงหลักๆที่ไม่ต่างจากบ้านเรานัก

1. ช่วงมัธยม
2. ช่วงมหาลัยฯ
3. ช่วงทํางาน
4. ช่วงหลังแต่งงาน (อันนี้คุยกันคราวหน้า)

ยกแรกของกีฬาล่่าแฟน เริ่มขึ้นด้วยกฎหมายที่อนุญาตให้เด็กมัธยมที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป สามารถมีใบขับขี่รถยนต์ได้ กฎหมายตัวนี้สร้างอิสรภาพในการเคลื่อนไหว และหลบหลีกสายตาอันซุกซนของพ่อแม่และครูได้เป็นอย่างดี เมื่อมีรถแล้วเด็กวัยรุ่นก็สามารถนัดพบกันที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ใหญ่ นี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นของ "เสรีภาพทางกาม" (sexual liberation)

ประเด็นนี้น่าค้นคว้าครับ เพราะว่าเจ้า "เสรีภาพทางกาม" อันนี้มันเริ่มขึ้นในสมัย 1950s (ในช่วงบูมของการใช้รถยนต์และ Suburbs) และพอมาถึงสมัย ปลาย 1960s มันก็พบกับจุดสุดยอดของสังวาส จึงต้องแตกออกไปเป็นกลุ่มเสรีทางวัฒนธรรมที่เรียกว่า Counter Culture กลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ละครับคือกลุ่มที่ริี่เริ่มการไว้ผมยาว ไว้หนวดไว้เครา ลาออกจากโรงเรียน สูบกัญชา และอยู่กันแบบสังคมนิยมใหม่ (New Left) ที่แบ่งกันทุกอย่าง ครับ แบ่งกันทุกอย่างรวมทั้งแฟนของตนก็ไม่เว้น พวกเขาเชื่อว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโลกนั้น สามารถถูกระงับได้ด้วยความรักและเซ็กซ์ (Make Love not War)

เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะี่ไม่แตกออกไปเป็นกลุ่ม Counter Culture และจะเดินตามขั้นตอนการเข้าเรียนต่อที่มหาลัยฯ ในมหาลัยฯมะกันนั้น นักเรียนจะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่เอื้อต่อการหาแฟนในรูปแบบที่ตนต้องการ ที่เห็นชัดๆก็คือกลุ่มชมรมพี่น้องร่วมสาบานที่เรียกว่า Fraternity (ชาย) หรือ Sorority (หญิง) กลุ่มเหล่านี้จะมีกิจกรรมการ "รับน้อง" ที่ไม่ต่างจากบ้านเรา กล่าวคือมีการสอนให้เคารพรุ่นพี่และผู้มีอิทธิพล บางครั้งอาจมีการ "ว๊าก" กันให้เห็นด้วยซํ้า

วัฒนธรรม "รับน้อง" อันนี้เห็นจะไม่ต่างจากสมัยกรีกโบราณที่รับน้องด้วยการ Sodomize เพศเดียวกัน โดยมีรุ่นพี่เป็นผู้กระทํา มันเป็นวิธีแสดงอํานาจระหว่างสัตว์ตัวผู้อย่างหนึ่ง ดังที่ศาสตราจารย์มหาลัยฯ Oxford ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า แม้กระทั่งในหมู่ลิงและ Primate เราก็ยังเห็นปรากฎการณ์ดังกล่าว

I have already explained how a female may use sexual signals to re-motivate an aggressive male. By arousing him sexually she suppresses his antagonism and avoids being attacked. A subordinate male may use a similar device. Young male monkeys frequently adopt female sexual invitation postures and are then mounted by dominant males that would otherwise have attacked them. Dominant females may also mount subordinate females in the same way .This utilization of sexual patterns in non-sexual situations has become a common feature of the primate social scene and has proved extremely valuble in helping to maintain group harmony and organization -- Desmond Morris (zoologist, Oxford University)

ครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การยอมถูก "รับ" โดยรุ่นพี่ หรือการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Fraternity/Sorority ก็เป็นประกาศนียบัตร ที่จะนําไปสู่โอกาสที่จะหาแฟนได้เป็นอย่างดี

หากผู้ใดมิยอมที่จะเข้าสู่ระบบในแนวนี้ละก้อ ผู้นั้นจะถูกตราหน้าว่าเป็น Nerd หรือเด็กเรียน การถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเรียนนั้นเป็นคําด่าครับ มันหมายความว่าผู้นั้นไร้ความสามารถใน เกมส์และกีฬา ซึ่งชาวมะกันรักเสียยิ่งกว่าพ่อ หากท่านเป็นคนที่เรียนเก่งแล้วเล่นกีฬา ท่านจะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็น Nerd อย่างแน่นอน

การหาแฟนในระดับมหาลัยฯมีความจริงจังมากขึ้น ซึ่งต่างไปจากสมัยมัธยม แต่ความเป็น "กีฬา" ทางด้านเซ็กซ์นั้นยังมีอยู่ เพราะถ้าผู้ใดไม่เล่น "กีฬา" ผู้นั้นก็จะถูกตราหน้าว่าเป็น Nerd

มีสาวมะกันที่เป็นเพื่อนสนิทของผมท่านหนึ่ง เคยมาเล่าให้ผมฟังว่า แฟนเก่าของหล่อนนั้นมาซาบซ่านกับเธอถึงห้องใน Sorority พอเสร็จแล้วก็ไปซาบซ่านกับเพื่อนข้างห้องของเธอต่อ รวมแล้วเจ้าหนุ่มนักกีฬาผู้นั้นได้ทํา "คะแนน" ถึงสองแต้มด้วยกันในวันเดียว

นี่แหละครับคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวัฒนธรรมที่ ชอบเรียกตัวเองว่ามีรากฐานใน ปัจเจกนิยม (Individualism) วัฒนธรรมที่มีสัญลักษณ์เป็นเหยี่ยว แต่ในธาตุแท้นั้นออกจะคล้ายคลึงกับ เป็ด ที่ต้องเดินตามกันไปเป็นกลุ่มมากกว่า

เอาละครับมันใกล้จะเช้าแล้วสิ ฟ้าเริ่มสางแล้ว ผมเห็นจะต้องลาไปก่อน เพราะ่อีกไม่นานก็คงจะมีเสียงครวญ เสียงครางมาจากข้างห้องอีก ต้องไปแล้ว !

4 Comments:

  • ไปดูเมืองไทยบ้างสิ แล้วจะรู้ว่าที่แฉมานี่น่ะ อาจจะไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ
    เด็กแรดบ้านเราด้วยซ้ำ  

    Posted by ??

    By Anonymous Anonymous, At 3/23/2005 01:07:00 AM  

  • "Dominant females may also mount subordinate females in the same way "

    It's also possible that a dominant female  may also want to mount a subordinate male? Haaa 

    Posted by YikPoong

    By Anonymous Anonymous, At 3/23/2005 04:59:00 AM  

  • More about hierarchy in the animal kingdom:

    "Elephant seals form harems, in which the dominant, or alpha, male is surrounded by a group of females. On the periphery of the harem, the beta bulls wait in hopes of an opportunity to mate. They assist the alpha bull in keeping away the less dominant males. Fights between males can be bloody affairs in which the combatants rear up and slam their bodies against each other, slashing with their large canine teeth. However, not all confrontations end in battle. Rearing up on their hindquarters, throwing back their heads, showing off the size of their noses and bellowing threats is enough to intimidate most challengers. When battles do occur, it is rarely to the death."

    Elephant Seals  

    Posted by =P

    By Anonymous Anonymous, At 3/24/2005 01:47:00 PM  

  • Thai Nerd News - ข่าวเนิร์ดๆ สำหรับวัยมันส์ 

    Posted by unsigned_nerd

    By Anonymous Anonymous, At 8/11/2006 03:56:00 PM  

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]



<< Home